posted on 28 Jan 2011 09:48 by dekyung in diary
เจ็ดโมงเช้ารีบจับหมียัดใส่กระเป๋าเป้ เด็กยุ่งเป็นคนแบกหมี พี่น้องหมีแบกเสื้อผ้า บึ่งขึ้น Taxi ไปข้างๆ Century เช้าวันเสาร์เพื่อหารถตู้ไปศรีราชา ชลบุรี บอกพี่เค้าว่าจะไปเกาะสีชัง ตานั่นยิ้ม แล้วบอก เดี๋ยวผมบอกคนขับไปส่งถึงเกาะลอยเลย ! อาฮ่า ดีๆ เพราะไม่รู้ที่รู้ทางอยู่แล้ว
ผมเมารถ เด็กยุ่งหลับ หมีโผล่มามองเล็กน้อยระหว่างทาง นั่งรถตู้ราวชั่วโมงเศษ มาไม่ทันเรือเที่ยว 9:00 น. ช้าไป 5 นาที เลยต้องเดินๆ เล่นบนเกาะลอย หาของกินไปกันไปก่อน เด็กยุ่งก็ได้หมวกมารวมสามใบ เผื่อผมด้วยหนึ่งใบ แล้วขึ้นเรือเที่ยว 10 โมง
ลอยๆ อยู่ในเรือแป๊บนึงก็ถึงเกาะสีชัง คืนก่อนเดินทางเราอ่านรีวิวการเที่ยวที่นี่ของเพื่อนๆ ในพันทิพย์มาบ้าง แต่ไม่ได้เตรียมตัว และไม่ได้โทรจองอะไรเลย ลงจากเรือเราก็หามอเตอร์ไซค์เช่าในราคามาตรฐาน 300 บาท แล้วเปิดมือถือคู่ใจหาแผนที่คร่าวๆ แล้วซิ่งหาที่พักกัน
ระหว่างทาง ก็แวะชมวิวบ้าง ถ่ายรูปบ้าง น้องหมีก็เอากับเค้าด้วย
ได้ที่พักเราก็เหนื่อยพอดี พี่น้องหมีของีบ ส่วนเด็กยุ่งก็เผลอหลับตามกันไป สามชั่วโมงถัดมา ก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์ออกมาเดินเล่นเย็นๆ ริมทะเล ขณะที่เด็กยุ่งกับผมวุ่นกับการถ่ายภาพ เราก็หาที่นังให้น้องหมีนั่งรอสงบๆ โดยมีหมวกเด็กยุ่งไว้ปลอบใจระหว่างน้องหมีต้องอยู่คนเดียว
ตามด้วยภาพถ่ายน้องหมี กับทะเลสวย หน้าตาน่าหยิกมากๆ
จากนั้นก็ถ่ายรูปครอบครัวร่วมกัน
สักพักน้องหมีงอแง หนีไปนั่งพิงเสาคนเดียวตรงท่าเรือเล็กๆ
และปิดท้ายวันนี้ด้วยการซิ่งมอเตอร์ไซค์หาจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก
เด็กยุ่งกับพี่น้องหมีก็พากันไปหาอาหารทะเลสด มาปิ้งหม่ำกันสองคน เปิดแอร์เย็นๆ ให้น้องหมีนอนรอในห้องไปก่อน ก่อนรีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เช้าจะต้องรีบตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอีกด้านหนึ่งของเกาะสีชัง
posted on 06 Jan 2011 18:07 by dekyung in diary
เบื่องาน เครียดเรื่องเรียน ไม่รู้จะเอาไงต่อกับชีวิต ทุกอย่างมันก็ดีๆ อยู่ แต่กลับรู้สึกไม่ดีไม่พอใจ ไม่มีความสุข เพราะความกังวลในสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามา แต่แล้วอะไรๆ ก็จะค่อยๆ ผ่านไป และอย่างน้อยยังมีอีกสี่ชีวิต+1ชีวิตที่จะยังคอยอยู่ข้างเราไม่เปลี่ยนฝ่าย ไม่ซ้ำเติมและคอยช่วยหรือให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ถ้าทำอะไรไม่ได้ บางทีวิกฤตวัยกลางคนก็เกิดขึ้นในเวลาที่คิดว่าดีที่สุดในชีวิตได้เหมือนกัน อาการแบบนี้ผมเจอบ่อยแล้ว เจอเมื่อทำงานหนัก ไม่ได้พักติดต่อกันนานๆ ก็ดีเสียอีก เพราะจะได้เป็นข้ออ้างเอามาอ้างไว้ไปเที่ยว ถ้าคุณเป็นญาติพี่น้องของผมล่ะก็ ไม่ต้องห่วง เพราะผมลงในปฏิทินไว้แล้วว่าจะไปพักวันไหน ปัญหาเรื่องสุขภาพก็ยังทรงๆ ไม่ดีขึ้นไม่แย่ลง น้ำหนักขึ้นนิดหน่อย กางเกงยีนส์แน่นๆ แต่คิดว่าไม่เป็นไรมาก อาการเหนื่อยง่ายและรู้สึกว่านอนไม่พอยังคงเหมือนๆ เดิม
ตอนนี้นั่งฟังเพลงพิมพ์ไดอะรี่ระหว่างที่รอเด็กยุ่งทำงานที่ร้านฟาสฟูดส์ย่านธุรกิจ นั่งบ่อยจนไม่รู้สึกว่ามันพิเศษอะไรเสียแล้ว เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ตอน ม.ปลาย มักเข้าใจว่าที่แบบนี้แหล่ะที่แสดงออกให้เห็นว่าคนที่มานั่งมีหน้ามีตาในสังคม แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันก็แค่ค่านิยมตามๆ กันมา +ฝรั่งที่ชินกับอาหารตัวเองจนอดไม่ได้ที่จะต้องมาหาความเคยชิน ก็เท่านั้น อีกนานกว่าบ้านเมืองเราจะโงหัวขึ้น เด็กๆ ยังคงหลงฟุ่มเฟือยกับสิ่งไร้สาระ มีความสุขกับวัตถุและการบริการจอมปลอมที่ขายสิ่งที่ยิยามกันเอาเองว่าเท่ห์ ว่าดีว่าเป็นที่นิยม เฮ่อ จะบ่นไปทำไมเนี่ย บ่นไปก็เท่านั้น นี่มันไม่ใช่บันทึกแล้วนะ มันแบบว่า มันคือ ... บ่น ใช่ป่ะ บ่นไปเรื่อยเปื่อย นั่งด่าว่าเด็กๆ ชาวบ้านไปเรื่อย ตัวเองก็ไม่ได้ต่างกันซักเท่าไหร่ตอนเด็กๆ ก็โตมาแบบนี้ กว่าจะเปลี่ยนมาเป็นคนนี้ ก็หลงทางไปไม่รู้เท่าไหร่ ถึงตอนนี้ก็ก้าวข้ามไม่พ้น
posted on 27 Dec 2010 14:38 by dekyung in diary
ชีวิตความเป็นอยู่ผมตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว หลังจากที่เด็กยุ่งย้ายเข้ามาอยู่ด้วย เด็กยุ่งก็ทำหน้าที่แม่บ้านแทบทุกอย่าง แม้จะตกๆ หล่นๆ บ้าง ลืมบ้าง แต่เด็กยุ่งน่ารักมากมาย เสื้อผ้าที่จะใช้ที่ต้องรีดก็เตรียมไว้ให้เอง ผมแทบไม่ต้องรับรู้อะไรเรื่องพวกนี้เลย แต่ก็มีบ้างที่ต่างคนต่างเหนื่อย ก็ต้องๆ ช่วยๆ กันหอบตะกร้าผ้าเดินออกไปหลังอาคารแล้วใส่ตู้หยอดเหรียญ แล้วรอตากผ้าด้วยกัน
พักหลังมานี่ผมเริ่มสังเกตเห็นว่าเด็กยุ่งเริ่มมีอาการหงุดหงิดกับเรื่องแวดล้อมง่ายมากๆ เช่นรถเมล์ขยับถอยหลังไปหน้าเบาๆ หน่อย ก็หัวเสียขึ้นมา หรือไม่ค่อยพอใจกับบริการของร้านอาหารส่วนใหญ่ที่บริการไม่ professional
ผมเองเข้าใจดีว่าอยู่ด้วยกันวันหนึ่งก็จะได้เห็นว่าจริงๆ แล้วใครเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาผมพยายามปรับตัวทุกครั้งที่คบใครๆ แต่คราวนี้ ผมเอาแต่ใจตัวเอง ใช้ชีวิตในรูปแบบของผมเอง ผมเป็นไง ผมอยากทำอะไรแบบไหนก็พูดตรงๆ บอกตรงๆ แน่นอนว่าเด็กยุ่งเอาใจเหมือนที่เป็นมาตั้งแต่รู้จักกันมา 2 ปีเกือบสามปี เด็กยุ่งก็ยังเป็นเหมือนเดิม เหมือนเด็กยุ่งเข้าใจว่าส่ิงที่ทำ ที่เอาใจ ที่ตามใจ หรือที่คอยดูแลหลายๆ เรื่องในบ้าน เป็นสิ่งที่เธอต้องทำ เรื่องนี้อธิบายได้เพราะครอบครัวของพ่อแม่ของเด็กยุ่งเป็นแบบนั้น แต่การเป็นแบบนี้ก็ทำให้ผมกลัว กลัวว่าเด็กยุ่งไม่ได้แสดงออกอย่างจริงใจ กลัวว่าที่ทำๆ อยู่ ทำเพราะหลง ทำเพราะยังรักและผูกพัน ถ้าวันหนึ่งมันผ่านช่วงแรกๆ ไป แล้วทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป และถ้ามันเปลี่ยนไปมาก ผมเองก็จะรับไม่ได้ เด็กยุ่งเองก็จะรับไม่ได้ แล้วสุดท้าย ที่สร้างๆ กันมาก็เสียเปล่า ก็ต้องแยกทางกันไป
ครั้งแรกที่ผมคบเด็กยุ่ง ผมยอมรับว่าเคยคิดว่าทำแบบเล่นๆ คิดว่ายังไงวันนึงผมก็ทิ้งเธอไปแน่ๆ แต่ครั้งนี้ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้วางแผน หรืออยากให้การแยกทางกันเกิดขึ้นเลย แต่แน่นอนที่สุด ด้วยความกลัวว่าสิ่งที่ผมเคยเจอจะเกิดขึ้นอีก ก็ต้องเตรียมทางออกไว้บ้าง แต่ทางที่ดีที่สุด ก็ขออย่าให้มันเกิดขึ้นเลยจะดีกว่า